Fiction

หากคุณชอบคู่ ยุนโฮ x มิกกี้ เช่นกัน
มีฟิค หรือ อะไรก็ตามอย่าลืมส่งมาลงที่นี่นะคะ
unjiko_@hotmail.com

คำเตือน หากเข้ามาครั้งแรกกรุณาอ่าน กฎ กติกา มารยาท
และ ประกาศครั้งที่1 ทางขวามือก่อนนะคะ ขอความร่วมมือด้วยค่า
สำหรับคนที่มีปัญหาตัวหนังสือทับกัน
ให้เข้าไปเปลี่ยน Text Size เป็น MEDIUM คะ

[FICs] THE FOCUS: ~intro~ : 1

^
^
^
ใครยังไม่อ่าน intro คลิกด้านบนจ้า

กลับมาแล้วน้าทุกคน!!!!!!!!!!!!!!!!
กว่าจะกลับมาได้-*- เจอเหตุด่วนเลยต้องอยู่ต่อ 2 วัน โฮก
ใครอยากรู้ว่าไปเที่ยวไหนมามั่ง ดึกๆ หรือ พรุ่งนี้ตามไปอ่านได้ที่
ไดอารี่ จ้ะ
ขอบคุณสำหรับคอมเม้นมากเลยนะคะ ดีใจมากๆ!!!
เอามาต่อกันเลย(ตามสัญญาค่า) คราวนี้คงหายคล่องใจกันแน่ว่าตาลุงนั่นคือใคร
แล้วน้องต่ายน้อยก็มะช่ายใครที่ไหน คริคริ ไปอ่านกันเลยจ้า
ลป. สำหรับคนที่ขี้เกียจอ่านฟิค เข้าไปตามเก็บรูปได้นะ^^
อ้อ เราเปิด Space แล้ว..กะว่าไว้เปงที่ปล่อยรูปน้องริคล่ะ เย้เย~~
เดี๋ยวทำเสร็จแล้วจะมาแปะลิ้งให้ตามไปดูดกันจ้า

" อ้าว! กระต่ายตัวนี้ไม่ขี้เซาแฮะ " ร่างสูงที่เพิ่งเดินออกจากห้องน้ำหลังทำธุระส่วนตัวเสร็จทักขึ้นพร้อมเดินตรงมาหาเพื่อนร่วมห้องคนใหม่ เนื่องจากกระทันหันก็เลยจัดการยกโซฟารับแขกที่สามารถปรับพนักพิงกางออกแล้วคล้ายเตียงได้ให้แก่ผู้มาใหม่ไป และเพราะพื้นที่จำกัด ก็เลยดันโซฟานั้นชิดผนังติดหน้าต่าง เด็กหนุ่มที่เขาพูดด้วยตอนนี้กำลังนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างนั้นเอง

" ผมไม่ใช่กระต่ายนะ ผมชื่อยูชอน " หันมาค้อนให้เล็กน้อยก่อนกลับไปจดจ้องวิวภายนอกดังเดิม

" ดีจัง ไม่ต้องมานั่งคิดชื่อให้ ฮะฮะ.. ยูชอน! เข้าไปล้างหน้าแปรงฟันสิ ชั้นเตรียมแปรงให้นายแล้ว สีชมพู..หวานแหว๋วดี " พอคำว่า [หวานแหว๋ว] หลุดออกมา เจ้ากระต่ายตัวโตรีบหันมาถลึงตาใส่ทันที ร่างสูงเลยยิ่งหัวเราะชอบใจเข้าไปใหญ่

" ผมถามไรหน่อยสิ " เด็กหนุ่มลุกเดินตรงมาหาอีกคน

" ไม่ฟัง..เหม็นปาก " แกล้งได้แกล้งดี- - สงสัยจะไม่เคยมีเด็กมาให้หลอกนานแล้วล่ะสิเนี่ย! เจ้าของห้องเอามือนึงอุดจมูก อีกมือก็ชี้ไปยังห้องน้ำ เห็นเด็กตรงหน้ายังไม่ขยับได้แต่ทำหน้าตกใจใส่ก็เลยย้ำอีกที.. " ชิ้วๆ " ..นี่ถ้าตัวไม่ล่ำกว่าได้โดนเด็กจับล็อคคอพาเล่นมวยปล้ำซะแล้วนะเนี่ย !!

พอยูชอนเข้ามาในห้องน้ำ ก็เหลียวซ้ายแลขวา..สำรวจไปเรื่อย จนรู้สึกว่า ที่นี่มันทำเค้ารู้สึกอึดอัดชอบกล มีแต่ของดีดี ของแพงๆ ซึ่งถ้าแม่ไม่ทำอาชีพนั้นที่นั่น! ก็คงบอกได้ว่าเค้าไม่เคยเห็นเลย บ้านที่อยู่...ก็ยังกับรูหนู ข้าวที่กิน..ก็เหมือนเศษอาหาร แต่เมื่อคืนเค้าได้กินอาหารแปลกๆและรสชาติที่ไม่คุ้นลิ้นแต่ก็รสเลิศไม่เบา

" ทำไม..ถึงยอมเก็บมานะ " มองหน้าตัวเองในกระจกและพึมพำก่อนลงมือแปรงฟัน

" นี่เจ้ากระต่าย!! จะกินนมหรือน้ำผลไม้ดี? " ร่างสูงที่ง่วนอยู่กับการเตรียมอาหารเช้าตะโกนถามขณะที่จ้องหาของให้ตู้เย็นอยู่

" อะไรก็ได้ " ทำไมนะ..ทำไมถึงเก็บมา!?!! คงเพราะรวยจนเหลือใช้สินะ หรือเพราะว่าอยู่คนเดียวก็เลยเหงา? ..ขณะที่กำลังวางแปรงลงที่เดิมนั้นเอง ก็เห็นแปรงอีกอันที่เป็นของเจ้าของห้อง เลยทำให้เขาคิดถึงคำว่า [เหงา] ขึ้นมาได้ เด็กหนุ่มแทบไม่รู้ตัวเลยว่า ตอนเขาวางแปรงลงคู่กับของชายหนุ่มนั้น มีรอยยิ้มผุดขึ้นบนใบหน้าของเค้าด้วย! ...ไม่รู้เลยว่าจริงๆแล้วใครเหงากันแน่?

" เด็กกำลังโตชั้นเลยให้นายกินมันทั้ง 2 อย่างเลย หะหะ " หลังจากออกจากห้องน้ำก็ตรงดิ่งมายังเคาน์เตอร์ที่เป็นเสมือนโต๊ะอาหารสีดำนวลตัดกับสีขาวของผนังได้เป็นอย่างดี...เด็กหนุ่มมองแก้วนมกับน้ำผลไม้ที่วางคู่กันก่อนจะมองออกไปยังระเบียงที่มีโต๊ะกระเบื้องทรงกลมวางอยู่

" อยากกินที่ระเบียงหรอ? ก็ดีนะ อากาศกำลังดี..งั้นมาช่วยกันยกไปดีกว่า " ไม่รอให้เด็กหนุ่มได้พูดอะไรต่อ เจ้าตัวก็ยื่นจานให้แล้วตนก็ถือที่เหลือเดินนำออกมานอกระเบียง

" อ๊า!!! แบบนี้สินะที่เค้าเรียกว่าฟ้าหลังฝน! ดูสิ ฟ้าใสเชียว ..บรรยากาศดีจริงๆ " ชายที่กำลังร่าเริงหันกลับมาเจอหน้าบูดบึ้งของเด็กหนุ่มเลยหุบยิ้มทันที

" นายทำชั้นหมดอารมณ์อยู่นะเนี่ย เฮ้อ! เป็นไรไป ข้าวเช้าไม่น่ากินรึไง? ..วันนี้ชั้นทอดไข่สวยกว่าทุกวันเลยนะเนี่ย " พูดพลางนั่งลงเขี่ยๆไข่ดาวในจานของตัวเองสลับกับมองเด็กหนุ่มที่จิ้มไส้กรอกกินอย่างเงียบๆ

" เอ้อ เมื่อกี้นายมีเรื่องจะถามชั้นไม่ใช่หรอ? ถามมาสิ? " ร่างเล็กส่ายหน้าน้อยๆแล้วก็กินต่อ

" แม้แต่ชื่อชั้นนายก็ไม่อยากรู้หรอเนี่ย?..สงสัยจะเลี้ยงเสียข้าวสุขแน่ๆเลย- -"

" โอ้ยยย! คุณนี่มันยิ่งกว่าพ่อกว่าแม่อีกนะ " เด็กหนุ่มวางมีดกับส้อมลงเสียงดัง สีหน้าบึ้งตึงยิ่งกว่าเดิม ทำให้อีกฝ่ายช็อคจนทำไรไม่ถูก....เริ่มรู้สึกตัวว่าแกล้งมากไป (เพิ่งรู้ตัวหรอเนี่ย!!)

" ถ้าไม่อยากเลี้ยงนักก็ไล่ไปซะสิ....ไล่..น่ะ " สายตาฉายแววเศร้า สีหน้าที่เจ็บช้ำของเมื่อคืนกลับมาอีกแล้ว

" ชั้นแค่อยากให้นายรู้ชื่อชั้นไว้ เวลาหิวจะได้เรียก [ยุนโฮ..ผมหิว] เวลาเบื่อจะได้ชวนชั้นว่า [ยุนโฮ..ออกไปเดินเล่นกันเถอะ] ก็แค่นั้นเอง! ทำไมถึงคิดว่าชั้นอยากไล่นายนักนะ เมื่อคืนชั้นไม่ได้เมาซักหน่อย ชั้นสติดีอยู่น่า " ก็ไม่ใส่ใจนัก ยังจิ้มไส้กรอกเข้าปากอย่างสบายอารมณ์ ก็แค่รู้สึกว่าเป็น..เด็กเลี้ยงยาก..คนนึงเท่านั้นเอง

" ผม..ขอโทษ ก็แค่ไม่เข้าใจ "

" หืม? "

" ทำไมถึง.... เก็บผม ~หึ ฮะฮะ รู้สึกเหมือนเป็นตัวไรซักอย่างเลย " นี่มันอารมณ์ไหนเนี่ยเจ้าเด็กนี่ อยู่ดีดีก็หัวเราะออกมาเสียงดัง ตลกในโชคฃะตาของตัวเองรึไง ??

" เอ้า! กระต่ายน้อยตัวเดียวตากฝนอยู่แบบนั้นมันทั้งหนาวและเหงาไม่ใช่หรอ? "

" พูดเป็นเล่น ผมเป็นคนนะ ไม่ใช่กระต่ายจริงๆซะหน่อย " ยูชอนแสยะยิ้มให้ เลยทำให้ร่างใหญ่สบายใจขึ้นมาหน่อยที่เห็นเค้าอารมณ์ดีบ้างแล้ว

" ใครจะไปรู้!!! นายอาจเป็นกระต่ายที่หายไปของชั้นก็ได้ มันอาจได้รับพรให้กลายเป็นคนกลับมาหาเจ้าของ แต่พรนี้มันวิเศษซะจนมีข้อแม้ว่านายจะไม่หลงเหลือความทรงจำอยู่เลย " ยูชอนยิ่งขำเข้าไปใหญ่กับความบ้าบอของผู้ใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า

" คุณนี่บ้าจริงๆด้วย ฮะฮะ "

" อย่ามาว่าความคิดของคนอื่นน้า!! มันก็อาจเป็นจริงก็ได้ ใครจะไปรู้ " เจ้าตัวน่ะเค้ารู้เองแกใจย่ะ

" อ้าว อย่ามัวแต่ขำสิ กินซะ "

" นี่เจ้านาย..ตอนนี้ผมทำอาหารเป็นแล้วนะ เพราะฉะนั้นต่อไปนี้ผมจะทำอาหารเช้าให้เจ้านายทานเอง เพราะผมไม่ใช่กระต่ายตัวเดิมที่ทำไรไม่ได้อีกแล้ว " ยูชอนพูดจบก็ส่งยิ้มก้อนใหญ่ก่อนลงมือทานอาหารเช้าต่อ

" ดีมาก " ด้วยความเอ็นดู ยุนโฮเอื้อมมือมาลูบหัวเด็กหนุ่มอย่างอ่อนโยน...ทั้งคู่หัวเราะให้กัน และเริ่มคุยกันมากขึ้น แต่ยูชอนไม่เอ่ยถึงชีวิตอันมืดมิดของเค้าเลย เหมือนกับว่าความทรงจำที่ลงเหลืออยู่นั้นมีแต่ภาพแห่งความสุขในสมัย..เด็ก..เพียงเท่านั้น ยุนโฮเองก็ไม่ได้ใส่ใจนัก เพราะเค้าไม่อยากให้ยูชอนทำสีหน้าเศร้าๆแบบนั้นให้เค้าเห็นอีกแล้ว

หลังจากทั้งคู่ทานข้าวเสร็จ ยูชอนก็เก็บข้าวของมาล้าง ส่วนยุนโฮก็เตรียมตัวออกไปทำงาน..ซึ่งสิ่งหนึ่งที่เป็นเหมือนชีวิตเค้าเลยก็คือ [กล้อง] นั่นเอง

" เป็นช่างภาพหรอ? " ยูชอนเห็นเข้าเลยทักขึ้น

" ใช่..วันนี้ชั้นคงกลับค่ำหน่อยนะ นายหิวก็จัดการของในตู้เย็นตามสบายเลย แล้วชั้นจะเอาขนมมาฝาก " เช็ดกล้องสลับกับมองหน้าคู่สนทนา เลยทำให้เห็นสีหน้าไม่พอใจของเด็กหนุ่ม

" ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ " ไอ้หน้าบูดๆแบบนั้น....มันน่ารักซะไม่มี ทำท่าไม่พอใจ สะบัดหน้าใส่หันกลับไปล้างจานต่อทันที

" ฮะฮะ เอาไรดีนะ.. เค้กแครอทมั้ยเจ้าต่ายน้อย? "

" หะ เค้กหรอ???? " ทุกปี แม่จะมีขนมเค้กมาให้ ทุกปีที่มันนานมากแล้ว รู้สึกพออยู่มัธยมก็ไม่เคยเห็นเค้กอีกเลย

" แครอทเน้อะ ดีต่อสุขภาพ " ยกกระเป๋าแบกขึ้นหลัง โบกมือลาเสร็จก็ออกจากห้องไปด้วยใบหน้าที่ยิ้มแย้มกว่าทุกวัน

มันรู้สึกมีอะไรแปลกๆมั้ย เราเพิ่งอยู่ด้วยกันมาแค่คืนเดียวแต่ก็ดูสนิทสนมมากกว่านั้น มันแปลกจริงๆด้วย...หรือที่จริงแล้วผมจะเป็นกระต่ายที่หายไปของเค้านะ?

" อ๊ะ ชั้นลืมไป! " ร่างสูงพรวดพราดเปิดประตูเข้ามาอีกรอบ " ทีหลังเรียกชั้นว่า [ยุนโฮ] นะ เจ้านงเจ้านายไรไม่เอาหรอก นายไม่ใช่คนรับใช้ชั้น " ยูชอนทำหน้างง " เข้าใจนะ ไปละ " แล้วร่างใหญ่ก็ออกไปอย่างง่ายดาย..

มันแปลกๆจริงด้วยสิ !!!!!!!!!!!!!!!

พาร์ท 1 ที่ทุกคนรอก็ได้จบลงไปแล้ว--อย่างสวยงาม--หรือไม่? เหะๆ
หวังว่าจะชอบกันไม่มากก็น้อยนะคะ
ติ และ ชม กันมาเยอะๆ เพื่อสิ่งที่ดีกว่าเดิม อิอิ
" ติเพื่อก่อ " เอามาจากที่....ไหนลืมแล้ว อ๊ากกกส์ !!!!!

ถึง sinein_nopนะคะ ถ้าอยากส่งฟิครีบแต่งให้เสร็จเลย (อยากอ่านมากๆ อิอิ) แล้วส่งมาได้เลยทางเมลมาที่ unjiko_@hotmail.com นะคะ ส่วนการคอมเม้นฟิค ก็ถ้าเข้าอ่านฟิคเรื่องไหน ก็เม้นหน้านั้นได้โล้ด สำหรับหน้า FIC's List จะเป็นหน้ารวมฟิคที่ลงและก็เรื่องย่อกับโชว์โปสเตอร์คะ ถ้าไม่เข้าใจยังถามมาได้นะจ้า แล้วก็เอาบลอคตัวเองมาให้ดูมั่งจิ^^

หากคุณชอบคู่ ยุนโฮ x มิกกี้ เช่นกัน
มีฟิค หรือ อะไรก็ตามอย่าลืมส่งมาลงที่นี่นะคะ
unjiko_@hotmail.com

คำเตือน หากเข้ามาครั้งแรกกรุณาอ่าน กฎ กติกา มารยาท
และ ประกาศครั้งที่1 ทางขวามือก่อนนะคะ ขอความร่วมมือด้วยค่า
สำหรับคนที่มีปัญหาตัวหนังสือทับกัน
ให้เข้าไปเปลี่ยน Text Size เป็น MEDIUM คะ

[FICs] THE FOCUS: ~intro~ : 1

ฉันไม่...แม้แต่ที่จะหยิบร่มออกมา
เพื่อป้องกันตัวของฉันเองจากความโศกเศร้า
ฝนที่โปรยปรายลงสู่ผืนดินนั้น..มาจากเสียงร่ำไห้ของเธอสินะ
มันคงจะไม่หลั่งไหล จนนำพาไปสู่ความมืดมิดใช่ไหม
มันเป็นเรื่องที่โง่เขลายิ่งนัก.. โง่เขลาเพราะมันเป็นเพียงแค่ครั้งแรกและครั้งเดียว
แต่ในเวลานี้..มันเป็นสิ่งเตือนใจฉันเรื่อยมาว่าให้ฉันยิ้มออกมาจากหัวใจ
แต่ว่าบางทีมันอาจจะเหือดหายไปก็เป็นได้
อาจจะเป็นเพราะว่า ..ในตอนนี้ฉันเหนื่อยล้าเหลือเกิน...

" อ้าว! ไอ้หนู..ทำไมมานั่งตากฝนแบบนี้ล่ะ " ชายแปลกหน้าเดินเข้ามามอบร่มเงาให้โดยไม่สนใจว่าหนุ่มน้อยนั้นไม่ได้ต้องการมันเลย เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมามองเล็กน้อย ก่อนจะก้มหัวลงไปอยู่แบบเดิม

" นี่ไอ้หนู!! ฝนมันตกหนักนะ เดี๋ยวก็ปวดบวมตายหรอก นี่ๆ บ้านอยู่ไหนน่ะเดี๋ยวชั้นไปส่งให้เอามั้ย? อ๊ะ หรือว่าอยู่ที่คอนโดนี้เหมือนกัน " ร่างเล็กยังคงนั่งนิ่ง

" เดี๋ยวก็ปล่อยให้ตายจริงๆเลยนี่ ชิ " อารมณ์อยากแกล้งเด็กพุ่งปรี๊ดขึ้นมาทันที ก็เด็กนี่หน้าตามันก็น่าเอ็นดูดีนะ ที่เห็นไม่ค่อยชัดเมื่อกี้ก็พอมองเห็นว่าน่ารักไม่หยอกเหมือนกัน ถึงตอนนี้จะเปียกโทรมก็เถอะ

" ตายได้จริงๆ.... ก็ดี สิ " เด็กหนุ่มเงยหน้าขึ้นมาพูดเสียงเบา....

" นี่นาย..ร้องไห้อยู่หรอ?? " เสียงฝนที่ตกหนักเพียงใดก็ไม่สามารถกลบเสียงทุกข์ของเด็กหนุ่มออกไปได้แม้แต่น้อย ดวงตาฉายแววเศร้าที่กำลังเอ่อล้นด้วยน้ำตาและไหลรินพร้อมกับหยาดฝนนั้น เค้าไม่คิดเลยว่าจะมีคนสังเกตเห็น

" บ้าหรือไง ไม่ได้ร้อง.. ชั้นไม่ได้ร้อง!!!! " คำพูดที่รีบตวาดออกไปนั้นทำให้ร่างสูงขำไม่น้อย ..เด็กหนอเด็ก..

" เป็นเด็ก อยากร้องก็ต้องร้องออกมาสิ ไม่เห็นน่าอายตรงไหนเลย "

" ผมไม่ใช่เด็กแล้วนะ ผม 16 แล้ว!!!!"

" งั้นหรอ? แล้วไอ้ที่เด็กอายุ 16 มานั่งตากฝนไม่ยอมกลับบ้านนี่เพราะอะไรล่ะ? หนีออกจากบ้าน? เอ.....อ๊ะ! โดนหักอกมาหรอเรา? " ไม่ได้เป็นคำตอบที่ถูกต้องเลย- -

" อยากช่วยนักใช่มั้ย? " ร่างเล็กช้อนตาขึ้นมอง...พูดเสียงแผ่ว

" งั้น ช่วยเก็บผมไปหน่อยสิ " ร่างสูงผงะด้วยความตกใจเล็กน้อย แต่เพราะสายตาเด็กหนุ่มไม่ได้บอกเลยว่าล้อเล่น คำพูดนั้นออกมาจากใจจริงและดูจริงจังแม้ถ้อยคำจะฟังแล้วไม่น่าเชื่อถือเลยก็ตาม สายตาที่โหยหาบางสิ่งบางอย่าง สายตาที่ดูโดดเดี่ยวและเปลี่ยวเหงา

" เอาสิ พอดีกระต่ายที่เลี้ยงไว้ก็หนีออกมาในคืนวันฝนตกเหมือนกัน.. " มืออีกข้างที่ว่างอยู่ยื่นมายังหน้าของเด็กหนุ่ม อีกฝ่ายมองหน้าสลับกับมือคู่นั้นอยู่ซักพักก่อนจะจับเอาไว้แน่นและเดินตาม..คนรับเลี้ยง..ขึ้นคอนโดไป

พอโดนขนาดนั้นแล้ว..ก็คิดว่าเป็นสัตว์เลี้ยงซะยังจะดีกว่า
อย่างน้อยก็ได้ความห่วงใยเอาใจใส่ การดูแลและความอบอุ่นจากเจ้าของ
อย่างน้อยจนกว่าเจ้าของจะเบื่อ เจ้าสัตว์ก็ควรทำตัวให้น่ารักที่สุด
ให้เจ้าของหลงรักซะจนเสียดายที่จะทิ้งมันได้ลงคอ

โฮะๆ..ลงให้คลางแคลงใจกันเล็กน้อย- - แบบว่าเอามาลองลงเฉยๆน่ะคะ
อยากรู้ว่าแบบนี้พอจะมีใครอ่านมั้ย -โฮกกกก
จริงๆฟิค 2U เรื่องแรกของเรามะช่ายอันนี้นะ อิอิ แต่ขอฝากอันนี้ไว้ก่อน
ติชมมาได้น้า !!!!!!!!!! // ขอบคุณมากที่อ่าน+เม้นค่า

พูดถึงเรื่องโปสเตอร์ฟิคอันนี้หน่อยดีก่า- - ก็คิดดูจิ!
นั่งคิดตั้งแต่บ่ายแล้วมันเพิ่งเส็ดเนี่ย!
โฮกกกก ไอ้รูปข้างหลังทั้งหลายก็ก้อบ(ของใครมะรู้)มาเลย หะหะ
เรามันคนชอบแบบสำเร็จ คริคริ แต่ออกมามันดูขัดๆกันเน้อะ?..แบบว่า
จะดูสนุกสนานก็ไม่ ดูดราม่า..ก็เกินไป-*- คือ อยากให้มีกลิ่นไอหลายอารมณ์ไง
อิอิ คนที่ยังคิดแบบโปสเตอร์ไม่ออกน่ะ (เธอน่ะแหละยัยบุตะ)
ชั้นกลับมาอาทิตนี้ต้องได้แบบลุคโปสเตอร์ของฟิคเธอน้า!!

งั้นขอลาตรงนี้เลยนะคะ อิอิ..ขอไปโกนผมไฟหลานคนแรก เย้!
แล้วจะกลับมาวันอาทิตย์จ้า วันนั้นจะอัพไรดีนะ

1. รูปริคที่ตามล่าหามันมานาน
2. ฟิคตอนต่อไปของเรื่อง THE FOCUS
3. ลงฟิคเรื่องใหม่
4. อัพรูปแคปรายการ Peace ตอนเก่า

ถ้าไม่เลือกกัน เด๋วเค้างอนน้า~ (ใครจะไปสนใจฟร่ะ- -)
ไปละจ้ะ ฝันดี ราตรีสวัสดิ์ โชคดีๆจ้า

หากคุณชอบคู่ ยุนโฮ x มิกกี้ เช่นกัน
มีฟิค หรือ อะไรก็ตามอย่าลืมส่งมาลงที่นี่นะคะ
unjiko_@hotmail.com

คำเตือน หากเข้ามาครั้งแรกกรุณาอ่าน กฎ กติกา มารยาท
และ ประกาศครั้งที่1 ทางขวามือก่อนนะคะ ขอความร่วมมือด้วยค่า
สำหรับคนที่มีปัญหาตัวหนังสือทับกัน
ให้เข้าไปเปลี่ยน Text Size เป็น MEDIUM คะ

[SF] Love in Action

นิ้วเรียวขาวค่อยสกรอลล์เม้าส์เลื่อนลงมาช้าๆตามรูปภาพที่ค่อยๆโหลดขึ้นบนหน้าจอมอนิเตอร์ทีละรูปตาเรียวจับจ้องหน้าจอไม่วางตา เรียวปากอิ่มเผยอน้อยๆค้างไว้ด้วยความประหลาดใจ

คำว่า 'ตัดต่อ' แว่บเข้ามาในสมองอย่างรวดเร็ว แต่แล้วก็ถูกปัดทิ้งไปอย่างรวดเร็วไม่แพ้กัน เพราะเขารู้อยู่แก่ใจว่ารูปภาพที่ได้เห็นไม่ได้อาศัยฝีมือการตัดต่อแน่ๆ...มันเป็นของจริง

ภาพแอบถ่ายจากงานประกาศรางวัลของสถานีโทรทัศน์แห่งหนึ่งฝีมือปาปาราซซี่ยาวเป็นแผงราวกับว่าช่างภาพตั้งใจกดชัตเตอร์ค้างเอาไว้ จึงทำให้แต่ละภาพแต่ละชอตต่อเนื่องกันชนิดที่ถ้าจะเอามาทำเป็นรูปอนิเมชั่นเคลื่อนไหวด้วยโปรแกรม Adobe Image Ready คงออกมาเนียนสวยไม่มีสะดุดเลยแม้แต่ซีนเดียวเป็นแน่

ภาพเหล่านี้ถูกถ่ายจากด้านหลัง พนักพิงค่อนข้างกว้างจึงทำให้มองเห็นแค่ลำคอและศีรษะโผล่พ้นออกมาเป็นเป้าให้กล้องได้จับภาพ โฟกัสซูมอยู่ที่ชายหนุ่มสองคนหันหน้ามากระซิบกระซาบคุยกันข้างหู เรื่องที่พูดคุยสนุกสนานเพื่อดับความน่าเบื่อหน่ายยืดเยื้อของพิธีการ รอยยิ้มของทั้งคู่จึงเปิดกว้าง ผลัดกันกระซิบผลัดกันเงี่ยหูฟังอยู่พักใหญ่ จู่ๆท่าทางในรูปก็เปลี่ยนไปเมื่อหนึ่งในนั้นยื่นหน้าเข้ามาชิด กดจมูกกับปากเบียดแก้มนิ่มแล้วผละออกไปโดยไว สีหน้าอีกคนที่กล้องจับได้คือความตกใจ แต่เมื่อตัวต้นเหตุหันมาส่งยิ้มหน้าซื่อตาใสให้ ความตกใจจึงเปลี่ยนเป็นปรามดุๆด้วยสายตาทั้งที่ปากยิ้มเขิน

..แบบนี้เรียกว่าค้อนสินะ มิกกี้เพิ่งรู้ว่าตัวเองค้อนเป็นกับเขาด้วย

ชายหนุ่มถอนใจ นี่เขาควรจะชื่นชมหรือเจริญพรสรรเสริญเจ้าริกกี้ น้องชายตัวดีดีนะ ที่อุตส่าห์ไปหารูปถ่ายที่เก็บเอารายละเอียดชอตต่อชอตยืดยาวราวกับฟิล์มหนัง 16 ม.ม.ก็ไม่ปานมากำนัลเขาได้

มือเรียวเลื่อนขึ้นกุมขมับที่เต้นตุบ เขาพอใจและมีความสุขดีกับความสัมพันธ์ที่เกินกว่าเพื่อนร่วมงาน ทว่าไม่ได้ต้องการให้มันแพร่กระจายออกไปให้สาธารณชนร่วมรับรู้แม้ว่าจะมีแฟนคลับพลังวายบางส่วนชื่นชมก็ตาม เรื่องแบบนี้ควรเก็บไว้เป็นเรื่องส่วนตัวมิใช่หรือ...

"หา...?" ยูโนวครางด้วยเสียงที่เหมือนไม่อยากจะเชื่อ สีหน้าเจ็บปวดน้อยๆ ชายหนุ่มทำท่าไขหูก่อนจะถาม "ว่าไงนะยูชุน?"

"ฉันบอกว่า..." มิกกี้สูดลมหายใจลึก นึกหรือว่าอยากพูดเรื่องนี้ซ้ำๆ ไม่สนุกเลยนะ "...เรา...ไม่ควรทำอะไรประเจิดประเจ้อกันข้างนอก ฉันรู้นะว่าคงห้ามนายได้ยาก แต่ฉันไม่สนุกเลยที่เรากลายเป็นเป้าให้ปาปาราซซี่ถ่ายรูปทีเผลอแล้วเอาไปเผยแพร่ตามเวบเพจ ฉันอาจจะมองโลกในแง่ร้ายเกินไป แต่มันอาจจะมีผลกระทบต่อการมีอยู่ของพวกเราก็ได้นะ ยังวุง ชางมิน แล้วก็จุนซูจะเดือดร้อนเพราะเราสองคนไปด้วย"

ยูโนวครางอย่างเจ็บปวด เขาตั้งท่าจะอาละวาดฟาดตั้งแต่ตอนที่มิกกี้บอกครั้งแรก แต่นี่เล่นเอาเหตุผลมาอ้าง เขาจะโวยวายได้ลงคอหรือ ถามเสียงอ่อย "ไอ้อะไรที่ว่า...หมายถึงอะไรบ้างล่ะ"

"ก็...จับมือ กอด...กอดไหล่ก็ไม่ได้ รวมไปถึงอะไรก็ตามที่นายชอบทำกับฉันทีเผลอ" แก้มคนพูดซับสีเลือดจางๆ ไม่ได้อยากจะพูดบ่งชี้ให้ชัดเจนเล๊ยย แต่รู้ดีว่าคนตรงหน้านั้นเจ้าเล่ห์ยิ่งกว่าอะไร ขืนมีช่องว่างนิดหน่อยให้ตุกติกได้ พ่อก็จะทำ

"หา...นั่นความสุขเล็กๆน้อยๆของฉันนะ นายห้ามได้ลงคอเลยหรือ เกิดฉันขาดใจตายขึ้นมาทำไงล่ะ" ลีดเดอร์ผู้ใจเย็นและมีเหตุผลเสมอกับสมาชิกอื่นๆในวงเริ่มฟาดหางป้าบๆกับพื้น

"ฉันยินดีที่จะให้นายขาดใจตายมากกว่าให้วงแตกเพราะเรื่องชู้สาว" มิกกี้ยื่นคำขาดไม่มีปรานี "ยุนโฮ...ฉันขอล่ะ จะในบ้านหรือที่ส่วนตัวฉันไม่ห้าม แต่ข้างนอกไม่เอา นายไม่อายแต่ฉันอาย...นะ ขอร้องล่ะ"

ยูโนวเบ้ปาก บ่นอุบอิบกับตัวเอง "เหอะ...ใจร้ายชะมัด วันๆได้อยู่บ้านกี่ชั่วโมงกันเชียว"

แต่มิกกี้ก็หูไวนรกพอที่จะได้ยิน "หือม์ พูดแบบนี้แปลว่าแม้แต่ในบ้านก็ไม่เอา"

"เฮ้ย!!" ยูโนวร้องลั่น "ไม่เอาได้ไงเล่า อดตอดเล็กตอดน้อยฉันอาจขาดใจ" คว้ามือบางมากดจูบหนักๆอย่างมันเขี้ยว "... แต่ถ้าห้ามไม่ให้ทำทั้งหมดฉันคงได้วิญญาณหลุดออกจากร่างกลายเป็นวิญญาณเร่ร่อนไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดแหงๆ" พลิกฝ่ามือหงายขึ้น จูบเน้นเสียงตรงกลางฝ่ามือแล้วไล่ขึ้นจูบทีละนิ้วก่อนจะเงยหน้าทำตาละห้อยถาม

"...แปลว่าคืนนี้ได้?"

ทำสีหน้าเหมือนลูกแมวถูกทิ้ง แต่ขอโทษเถอะ...หางข้างหลังนั่นส่ายพั่บๆเชียว มิกกี้อยากจะแกล้งตอบปฏิเสธเสีย แต่ก็เกรงว่าคนตัวโตๆนี่จะลงไปชักดิ้นชักงอเหมือนเด็กยามไม่ได้ของเล่นถูกใจ ไม่น่าดูแน่ๆ เหอะ...ยอมเป็นของเล่นเสียหน่อยก็แล้วกัน

ปลายนิ้วเรียวขาวจึงหนีบปลายจมูกโด่งเบาๆ อยากจะดีดแถมให้นัก "ได้...แต่ห้ามทำรอยนะ"

แมวถูกทิ้งแปลงร่างกลายเป็นแมวคึกพร้อมออกศึกในบัดดล

สามวันแรก ยูโนวปฏิบัติตามข้อห้ามที่มิกกี้สั่งได้เป็นอย่างดี ไม่มีการจับมือ...โอบกอด...หรือการแตะเนื้อต้องตัวกันถ้าไม่จำเป็น แต่แค่กับมิกกี้คนเดียวเท่านั้น กับสมาชิกอื่นๆยูโนวยังทำตัวตามปรกติ

แต่ว่า...ถึงขนาดที่แทบไม่มองหน้า ไม่สบตา และไม่พูดคุยกันด้วยนี่มันออกจะมากเกินไปหรือเปล่า...?

หรือนี่จะเป็นมาตรการเพื่อความอดทนที่ยูโนวคิดขึ้นใช้เอง...? ประมาณว่า...ถ้ามองหน้า สบตากันแล้วจะอดใจไม่ไหว อะไรทำนองนั้น

...ก็คงเป็นแบบนั้นล่ะมั้ง

ครบเจ็ดวันผ่านไปโดยที่มิกกี้รู้สึกโหวงๆในอก ยูโนวยังคงปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด ไม่มี...ไม่มีเลยสักครั้งเดียวที่จะเผลอแตะต้องตัวมิกกี้เข้า นี่หรือที่เคยบอกว่าหากอดตอดเล็กตอดน้อยแล้วจะขาดใจ ก็เห็นหัวเราะพูคุยกับคนอื่นได้ปรกติดี ปล่อยให้มิกกี้เฝ้ามองพฤติกรรมซื่อสัตย์ต่อคำสั่งเกินคาดด้วยความประหลาดใจปนเหงาหน่อยๆ ตลอดอาทิตย์ที่ผ่านมาเขากับยูโนวแทบไม่ได้พูดคุยกันเลยยกเว้นตอนอยู่ในบ้าน แต่นั่นก็ดึกมากแล้ว งานที่รัดตัวทำให้พวกเขาเหนื่อยเกินกว่าจะพูดคุยอะไรกันได้มากมาย ทำได้แค่จูบลากันแล้วก็ต่างคนต่างแยกย้ายเข้าห้องตัวเองไปนอนพักผ่อนเอาแรง

เอ...ยูโนวจะรู้สึกเหงาเหมือนเขาบ้างหรือเปล่านะ?

"ดูอะไรอยู่หรือชางมิน" มิกกี้เพิ่งเดินออกมาจากห้องน้ำ ผ่านห้องกลางกำลังจะกลับเข้าห้องตัวเอง แต่พบว่าสมาชิกน้องเล็กของวงกำลังนั่งดูทีวีอยู่คนเดียว จึงหยุดถาม

"No Cut Story ตอนที่เราถ่ายโฆษณา BBQ กันเมื่อสองสามวันก่อนไงครับ" แมกซ์ตอบโดยที่ไม่ได้หันมามองหน้า ท่าทางกำลังติดพันอยู่

เพราะพวกเขาไม่ค่อยมีเวลา ทีมงานจึงมักอัดรายการที่พวกเขาทำงานเก็บไว้ให้ดูเวลาว่าง No Cut Story เป็นหนึ่งในรายการยอดฮิตอันดับต้นๆในหมู่พวกเขา เพราะเป็นเหมือนบันทึกขณะถ่ายทำมิวสิควีดีโอหรือโฆษณาที่พวกเขามักเล่นซนหรือพูดคุยอะไรกันแปลกๆ นั่งดูทีไรก็ได้หัวเราะท้องคัดท้องแข็งด้วยไม่นึกว่าตัวเองจะทำอะไรอย่างนั้นไปได้

มิกกี้จึงย้ายตัวเองมานั่งหน้าทีวีดูด้วยคน จำได้ว่าตอนถ่ายทำ ทีมงานได้ให้พวกเขาถือกล้องวีดีโอถ่ายไปรอบๆกองทีละคน มิกกี้จำไม่ได้ว่าแต่ละคนถ่ายอะไรกันไปบ้าง เพราะถ่ายทำกันช่วงดึก คนที่ไม่มีคิวจึงสลบไสลกันตามสะดวก รวมทั้งตัวเขาด้วย

ยูโนวได้จับกล้องเป็นคนที่สองต่อจากฮีโร่ เขาถ่ายไปรอบๆห้องที่ถ่ายทำและพูดคุยกับกล้องไปด้วยตามประสา MC ที่ดี ภาพที่ยูโนวถ่ายคือตัวเขา แมกซ์ และเซียห์นั่งหลับพับบนโซฟาเรียงหน้ากระดาน ยูโนวพูดกับกล้องขำๆว่าเซียห์คือคนต่อไปที่จะต้องรับกล้องจากเขา แต่เขาไม่นึกอยากปลุกเซียห์หรอกเพราะเซียห์มักอารมณ์เสียหากใครไปรบกวนเวลานอนเข้า

ปากพูดแบบนั้น แต่ยูโนวก็นั่งลงข้างเซียห์ มิกกี้รู้สึกเย็นวาบไปทั้งตัวเมื่อวิธีปลุกของยูโนวคือการทาบหลังมือบนแก้มยุ้ยนุ่ม กดเบียดไปมาเบาๆด้วยสีหน้ายิ้มละไม เซียห์ลืมตาขึ้น มองซ้ายมองขวาเตรียมหาเรื่องทั้งที่ยังงัวเงียอยู่ ยูโนวจึงปลุกปลอบน้องน้อยด้วยฝ่ามืออุ่นๆประคองแก้มนุ่มไว้ กระซิบบอกอ่อนโยนว่าตื่นขึ้นมาทำงานเสียดีๆ

กริยาเป็นไปด้วยความนุ่มนวลอ่อนโยน มิกกี้เม้มปากแน่น สะกดความรู้สึกแปลกที่พลุ่งพล่าน

และโดยไม่รู้ตัว มือบางคว้ารีโมทกดปิดทีวีทันที

"อ้าว...เฮ้ย!!" แมกซ์ร้อง "พี่ยูชุนมาปิดของผมทำไมอ้ะ"

"ดึกแล้ว...ไปนอนได้แล้ว พรุ่งนี้มีงานแต่เช้าไม่ใช่หรือไง" มิกกี้บอกเสียงเข้ม ยังความประหลาดใจให้อีกคนเป็นล้นพ้น แมกซ์เกาศีรษะแกรกด้วยความงุนงงที่จู่ๆวิญญาณแม่บ่นเข้มงวดของฮีโร่ก็มาเข้าสิงมิกกี้ เด็กหนุ่มลุกขึ้นยอมกลับเข้าห้องทั้งที่ยังงงๆ
มิกกี้มองตามหลังหนุ่มรุ่นน้อง สะบัดศีรษะตัวเองแรงๆเรียกสติ "ไอ้บ้ายูชุน...นายเป็นอะไรไปวะ"

มิกกี้เหลือบมองคนนอนคว่ำข้างตัว ตอนนี้เขากับยูโนวรวมทั้งเพื่อนๆร่วมวงกำลังถ่ายทำรายการ TVXQ Theatre เดิมรายการนี้คือ Bunjun Drama แต่นับจากเทปนี้เป็นต้นไป พวกเขาทั้งห้าคนจะมารับบทนำในแต่ละตอนจึงได้มีการเปลี่ยนชื่อรายการ ซึ่งเทปแรกเป็นละครล้อเลียนภาพยนตร์ที่กำลังกวาดรายได้เป็นอันดับหนึ่งเรื่อง King's Man

ยูโนวดูไม่มีสมาธิเลย นี่เทคที่ 7 เข้าไปแล้ว ยูโนวเป็นคนที่ก่อให้เกิดความผิดพลาดมากที่สุด ทั้งพูดบทผิด ทั้งลืมบท ผิดปรกติมากเพราะยูโนวเป็นคนที่มีความตั้งใจยามทำงานสูง มีผิดพลาดบ้าง แต่วันนี้ดูเหมือนจะมากเป็นพิเศษ

ยูโนวพลาดอีกแล้ว ผู้กำกับรายการจึงสั่งให้ทุกคนพักเพื่อทำสมาธิ ชางมินดูหงุดหงิดกว่าใครเพราะบทมหาดเล็กของเขาต้องใช้ศีรษะโหม่งฆ้องแทนไม้ตีฆ้อง 7-8 เทคเข้าไปแล้ว น้องเล็กของวงเริ่มปวดระบมศีรษะ จึงออกอาการงอแงให้เห็น

มิกกี้มองยูโนวอย่างเป็นห่วง เดินเข้าไปหาหวังจะไต่ถามว่าโอเคหรือเปล่า มีอะไรให้ช่วยไหม แต่พอเดินเข้าไปถึงตัว ยูโนวหันมามองเค้าแล้วเลิกคิ้วน้อยๆก่อนจะเดินเลี่ยงไปหาเซียห์ที่นั่งพักดื่มน้ำอยู่อีกด้าน มิกกี้มองค้างตาปริบๆ เท่าที่จำได้...ยูโนวที่เขารู้จักมักเข้ามานัวเนียอี๋อ๋อทันทีที่มีโอกาส ยิ่งถ้ามิกกี้เป็นฝ่ายเดินเข้ามาหาเองอย่างนี้ คนตัวโตนั่นยิ่งไม่เคยพลาด ยูโนวเวอร์ชั่นเมินใส่เฉยเลยอย่างนี้มิกกี้เพิ่งเคยเห็น

...จะเกิดอาเพศหรือไร?

หรือว่าคำสั่งที่เขายื่นขาดให้ยูโนวปฏิบัติตามจะยังความเปลี่ยนแปลงนี้มาให้...?

บ้าน่า..คนเราจะหมดรักกันง่ายๆขนาดนี้เชียวหรือ?

ดวงตาเรียวจับจ้องร่างสูงของยูโนวที่กำลังแหย่เซียห์เล่นหัวเราะร่วน เจ้าลูกชิ้นดูจะไม่ค่อยพอใจนักที่ถูกดึงแก้มเล่น จึงเอาคืนด้วยการหยิกแก้มยุ้ยของยูโนวแรงๆคืน ยูโนวมันเขี้ยวเจ้าลูกชิ้นหนักจึงคว้าตัวน้องมากอดฟัดแรงๆให้เซียห์ได้โวยวายเสียงดัง

มิกกี้ครุ่นคิด...หรือยูโนวจะเป็นพวกนิยมการสัมผัสแตะต้องคนอื่นโดยที่ไม่ใส่ใจว่าจะเป็นใครก็ได้...

เสียงเรียกบอกว่าหมดเวลาพักทำให้มิกกี้สะบัดศีรษะแรงๆไล่ความคิดไร้สาระออกไปจากหัว บอกตัวเองว่าเขารู้จักยูโนวดีพอที่จะรู้ว่ายูโนวไม่ใช่คนแบบนั้น...หรือเปล่านะ...?

เทคที่ 9 ยูโนวยังคงพลาดต่อเนื่อง ดูชายหนุ่มซึมไปเล็กน้อย หลังจากขอโทษขอโพยทุกคนแล้วเขาก็สูดลมหายใจลึก รวมสมาธิ มิกกี้นอนคว่ำลงบนแผ่นไม้อีกครั้ง หันไปมองยูโนวที่นอนข้างๆ เห็นยังทำหน้าเครียดอยู่จึงบอกเบาๆพอให้ได้ยินกันสองคน "ไม่เป็นไรนะยุนโฮ ใจเย็นๆ อย่าเครียดนักเลย...ฉันเป็นห่วง"

ยูโนวเหลือบตามองคนพูด เขาไม่ได้พูดอะไรนอกจากพยักหน้าน้อยๆ แล้วเทคที่ 10 ก็เริ่มขึ้น ทุกคนดูตั้งใจมากกว่าเดิมทั้งที่รู้สึกเหนื่อยล้าเต็มที โดยเฉพาะยูโนวที่ตั้งใจมากกว่าใคร และในที่สุดทุกคนก็ผ่านด่านบทพูดยาวยืดได้หมด เหลือเพียงซีนที่ยูโนวต้องเดินข้ามลำไม้ไผ่เท่านั้นก็จะเสร็จสมบูรณ์

สายตาทุกคู่จับจ้องไปร่างสูงที่ขึ้นไปยืนตรงจุดเริ่มต้นด้วยความคาดหวัง มือใหญ่กำมือนุ่มๆของเซียห์ที่คอยพยุงไว้...บีบแน่น สูดลมหายใจเข้าลึกแล้วจึงก้าวเดินช้าๆ ทว่ามั่นคง ก่อนจะเร่งความเร็วเพื่อให้เกิดแรงส่งจนกระทั่งข้ามผ่านสะพานไม่ไผ่นั่นมาได้

ทุกคนในสตูดิโอเฮลั่น แน่นอนว่าพวกเขาทั้งห้าคนด้วย มิกกี้ตื่นเต้นและดีใจมากที่ในที่สุดยูโนวก็ทำสำเร็จ เขาหันไปสบตายูโนว ตอนนี้เขาสองคนอยู่ใกล้กันมากที่สุด ความตื่นเต้นยินดีทำให้มิกกี้ลืมคำพูดของตัวเองสิ้น เตรียมโผนเข้ากอดยูโนวให้สมกับที่ดีใจที่สุด

แต่ยูโนวกลับหันไปกอดเซียห์ที่วิ่งเข้ามาหาแต่ไกลเสียนี่!

อุวะ!...นี่มันอะไรกันเนี่ย!?

ถ้าเปรียบมิกกี้เป็นกาต้มน้ำไฟฟ้า ก็คงเป็นกาน้ำขณะอุณหภูมิใกล้จุดเดือดเข้าไปทุกที แต่ที่ยังไม่ระเบิดออกมาเหมือนกาน้ำธรรมดาเพราะมีคำพูดของตัวเองพันธนาการจิตใจไว้เสมือนฝาล๊อกแน่นไม่ให้น้ำเดือดพวยพุ่ง มีแต่ควันกรุ่นออกมาเท่านั้น

เป็นคนสั่งเองว่าห้ามเข้าใกล้ ห้ามแตะเนื้อต้องตัวถ้าไม่จำเป็น ห้ามทำอะไรทั้งนั้นที่จะนำไปสู่ภาพอับอายแบบที่เคยปรากฏ

แล้วพอยูโนวปฏิบัติตามคำสั่งอย่างเคร่งครัด กลับเป็นเขาเองที่ทนไม่ได้

เกือบสิบวันที่ไม่ได้พูดคุยกันเป็นเรื่องเป็นราวทำให้มิกกี้รู้สึกอึดอัด และแน่นอน...เขารู้สึกเหงา...เหงาชะมัดเลยทั้งที่ได้พูดคุยกับคนอื่นๆตามปรกติ เหงาจนจะเฉาตายอยู่แล้วรู้หรือเปล่านายยูโนว-ยุนโฮ

"ยูชุนคุงอย่าขมวดคิ้วสิคะ แป้งหลุดหมดแล้ว" ช่างแต่งหน้าสาวชาวญี่ปุ่นเตือนเมื่อเขายังทำหน้านิ่วไม่เลิก มิกกี้จึงต้องฝืนทำสีหน้าปรกติ...ไม่รู้ว่าทำไมถึงทำได้ยากนัก ยิ่งเห็นยูโนวนั่งคุยกับฮีโร่และแมกซ์ด้ายท่าทีไม่ทุกข์ไม่ร้อน ยิ่งปั้นหน้าปรกติได้ยากเข้าไปใหญ่

วันนี้ทีมงานรายการ Onryu จะปล่อยผีให้พวกเขาห้าคนได้เตะบอลให้สนุกท่ามกลางหิมะขาวโพลน มิกกี้ชอบเล่นฟุตบอลพอสมควร เขาควรจะรู้สึกสนุกใช่ไหม แต่ไม่...มิกกี้สนุกไม่ออก แต่เขาก็ยังฝืนทำตัวประหนึ่งว่าสนุกมากเพื่องานให้ได้

ยูโนวรับหน้าที่นายทวารเฝ้าประตู ดูเขาร่าเริงและตื่นตัวมากๆ จนสามารถกันประตูได้ทุกประตูสวยงามไม่มีที่ติ ชายหนุ่มหัวเราะและทำท่าเยาะเย้ยเพื่อนๆที่ไม่สามารถยิงประตูได้เสีย เซียห์ที่มีทักษะฟุตบอลมากที่สุดจึงประกาศว่าเขาจะทำประตูให้ได้

"เอาซี่...ถ้านายทำได้ อยากได้อะไรฉันจะให้หมดเลย" ยูโนวร้องท้า ดูสนุกสนานที่สุดยามอยู่ต่อหน้าเจ้าลูกชิ้น

เด็กหนุ่มสี่คนจึงผลัดกันยิงประตูหวังจะทำประตูให้ได้ ยูโนวหวุดหวิดจะพลาดหลายครั้งแต่จนแล้วจนรอดก็ไม่พลาด หลังๆจึงกลายเป็นว่า จากที่ตั้งใจจะยิงประตูให้ได้ จึงเปลี่ยนเป็นลุ้นว่ายูโนวจะกันลูกบอลได้ทุกลูกหรือเปล่า

ท้ายที่สุด ยูโนวก็สามารถกันประตูได้สวยงามหมดจดอย่างไม่น่าเชื่อ ทุกคนร้องลั่นด้วยความตื่นเต้น ชั่ววินาทีนั้นมิกกี้หันไปมองเซียห์ เห็นว่าเจ้าลูกชิ้นกำลังจะโผนเข้าใส่ยูโนวเหมือนเมื่อครั้งตอนถ่ายทำ TVXQ Theatre ไม่มีผิด

...เรื่องแน่ะ!...

ไวเท่าความคิด มิกกี้อาศัยช่วงขาที่ยาวกว่าและใจที่ร้อนกว่าวิ่งเข้าหายูโนวที่อ้าแขนรับแทบไม่ทัน สองแขนสองขากางออกแล้วรัดร่างสูงแน่น ให้ตายก็ไม่ปล่อยให้ไปกอดคนอื่นเด็ดขาด เขาทำไปจนได้...ละเมิดคำสั่งของตัวเองโดยไม่สนใจทั้งสิ้นว่าผลจะออกมาเป็นยังไง

ถ้ายูโนวชอบการสัมผัสแตะต้อง...คนๆนั้นจะต้องเป็นเขาคนเดียวเท่านั้น!

ในห้องโดยสารชั้น Business Class มุ่งจากญี่ปุ่นสู่เกาหลี ฮีโร่ แมกซ์ และเซียห์หลับสนิทในที่นั่งของตัวเองเพราะต่างก็ออกลิงออกค่างตอนถ่ายทำ Onryu มากเกินพิกัดจนถ่านหมดกันถ้วนหน้า เหลือเพียงสองคนที่ยังตื่นอยู่ ก็เหนื่อยอยู่หรอก...แต่ต่างคนต่างหลับตาไม่ลงเพราะมีเรื่องต้องเคลียร์กัน

"คำสั่งบ้าๆนั่นยกเลิก" มิกกี้บอกเสียงห้วน เสียหน้ามิใช่น้อยที่ทำตามอารมณ์ตัวเองจนต้องมาถอนคำพูดตัวเองแบบนี้

"ฉันอุตส่าห์อดทนมาได้ตั้งนานสองนาน จู่ๆจะมายกเลิกกันง่ายๆ ไม่เอาแต่ใจตัวเองไปหน่อยหรือ" ยูโนวว่าขรึมๆ

มิกกี้หันไปมองหน้าคนพูด ตั้งท่าจะโวยแต่ก็เปลี่ยนใจ เขาเอนซบศีรษะลงบนท่อนแขนแข็งแรง ผ่อนลมหายใจยาว "พอเถอะยุนโฮ...ฉันขอโทษ สิบวันมานี่พอไม่มีนายเข้ามานัวเนียด้วยแล้วเหงาชะมัด ยิ่งเจ็บใจหนักกว่าเดิมอีกที่ไม่เห็นนายทุกข์ร้อนเลย ขืนฉันยังดึงดัน คนที่อารมณ์เสียก็จะมีแค่ฉันคนเดียว ไม่สนุกเลยนะ"

"แล้วใครว่าฉันสนุก" ยูโนวว่า เลื่อนแขนโอบรั้งไหล่บางให้แนบชิดลำตัวมากขึ้น "อดทนแทบตายเพราะนายสั่งแบบนั้น กลัวจะเผลอเข้าเลยต้องเลี่ยงไม่มองหน้า ไม่สบตา ไม่พูดด้วย อึดอัดจะตาย นี่กำลังคิดอยู่ว่าถ้านายไม่เลิกความคิดบ้าๆในเร็ววัน ฉันจะปล้ำนายจนกว่านายจะยอมถอนคำพูด"

"เอาจริงอ้ะ" เงยหน้ามองหวาดๆ เห็นอีกคนทำหน้าจริงจังก็นึกแสยง "ไม่เอานะยุนโฮ เลิกขาดเลย...ไอ้พวกรูปปาปาราซซี่นั่นช่างมันแล้ว แฟนคลับจะลืออะไรให้ลือกันไป"

"ดีสิ..." ยูโนวหัวเราะ "จะได้เลิกจับคู่ฉันกับยังวุงเสียที หมอนั่นหน้าสวยแต่ซาดิสม์จะตาย มีแต่ชางมินเท่านั้นแหล่ะที่อดทนให้เจ้านั่นตีหน้าซื่อแกล้งเอาได้"

"จะว่าไป...ไม่เห็นแจจุงเดือดร้อนแลยนะที่หลังๆพวกแฟนคลับเริ่มจับคู่เค้ากับชางมิน"

"เหอะ...หน้าด้านจะตาย ยิ่งตีปีกล่ะไม่ว่า" อ้อมกอดยิ่งกระชับแน่น ปากอุ่นนุ่มจูบตรงขมับนุ่มนวล "อย่าเพิ่งเปลี่ยนเรื่องสิยูชุน นายเป็นคนผิดคำพูดตัวเอง ปล่อยให้ฉันเหี่ยวแห้งฟรีๆอยู่ตั้งนาน ไม่คิดจะปลอบขวัญกันหน่อยหรือ?"

เอาแล้วไง หางแมวยักษ์เริ่มส่ายดิกเชียว

"จูบหวานๆซักทีเป็นไง" มิกกี้ยิ้มหวานเอาใจ เหอะ..คนกำลังมองหาช่องทางผลประโยชน์ของตน ยอมตามๆน้ำกันหน่อยจะได้ไม่เสียหายมาก

แต่ดูเหมือนยูโนวจะไม่ค่อยพอใจข้อเสนอนี้เท่าไหร่นัก "อดอยากสิบวันกับจูบหนึ่งทีเนี่ยนะ เอาเปรียบกันชะมัด"

"แล้วจะให้ฉันทำยังไง" ท่าทีหงุดหงิดของคนตัวโตทำให้มิกกี้เผลอเปิดช่องทางให้จนได้

ปลายนิ้วอุ่นเลื่อนไล้ต้นคอขาวแผ่วเบา ริมฝีปากอุ่นจูบระเรื่อยจากต้นคอบดเบียดถึงใบหู กระซิบบอกเบียดริมหู "...พรุ่งนี้ได้หยุดไม่ใช่หรือ...ขอเหมาทั้งวันเลยนะ"

เอาล่ะสิ...แมวคึกพร้อมออกศึกอีกแล้ว...

ปลายนิ้วแกร่งแตะร้องรอยสีกุหลาบตัดผิวขาวจัดแผ่วเบาก่อนจะเลื่อนไปหาจุดสีเดียวกันบนผิวเนื้ออีกจุด ลากไล้ต่อกันเหมือนกำลังลากเส้นต่อจุด จนพอใจจึงแทนที่ปลายนิ้วด้วยริมฝีปากนุ่มๆ จูบบนผิวเนื้อนวลเนียนอย่างแสนรัก

สิบวันที่อดอยาก ยูโนวเอาคืนได้อย่างครบครันเต็มเม็ดเต็มหน่วยภายในวันเดียวได้อย่างน่าอัศจรรย์

แต่ก็เล่นเอามิกกี้หมดแรงนอนสลบเหมือดให้อีกคนได้ทำตามใจชอบอยู่นี่ไง

รอยยิ้มจุดลึกตรงมุมปาก ความพออกพอใจฉายชัดทางแววตา ยูโนวจำได้ดีว่าวันที่มิกกี้ยื่นคำสั่งขาดให้เขาปฏิบัติตาม ในหัวของเขามันร่ำร้องว่า -- เมย์เดย์! เมย์เดย์! -- ต้องคิดหาแผนช่วยชีวิตตัวเองฉุกเฉิน แล้วก็คิดออกมาได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที คาดว่าไอ้เจ้าความคิดนี้คงถูกกลั่นออกมาพร้อมๆกับฮอร์โมนเพศเป็นแม่นมั่น

ไม่อยากให้แตะต้องงั้นหรือ...ได้เลย...มาแข่งกันว่าใครจะอดทนได้นานกว่า...

ทีแรกยูโนวคำนวณไว้ว่าคงจะราวๆสองหรือสามอาทิตย์กว่ามิกกี้จะหมดความอดทน นี่นับว่าเร็วเกินคาด คงต้องขอบคุณตัวเร่งปฏิกิริยาที่ชื่อคิมจุนซูสินะ เอ...เค้กชอคโกแลตฟัดจ์สักปอนด์ท่าจะเป็นรางวัลที่สมน้ำสมเนื้อ เจ้าลูกชิ้นคงอารมณ์ดีไปหลายวันทีเดียวเชียว

แต่คงต้องแอบให้ล่ะ ขืนให้มิกกี้รู้แล้วซักจนได้ความมีหวังถูกฉีกอกแน่ๆ

...คนอะไรหึงรุนแรงชะมัด กระโดดกอดทีเล่นเอาเข่าแทบทรุด...เฮ้ออ~

~END~

Talk :: ยากมากเลยค่ะสำหรับคู่โปรด ยากเพราะเราไม่ต้องการให้พ่อยูโนวและมิกกี้เป็นพระเอกนายเอกฟิคการ์ตูนหวานแหววเพราะมันช่างขัดกับลุคที่ดูเป็นผู้ใหญ่ยิ่งนัก (ผิดกับคู่ยูโนวเซียห์ที่จะเขียนให้การ์ตูนแค่ไหนก็ได้เพราะบุคลิกน้องเซียห์เข้ากั๊นเข้ากัน) และที่ยากกว่าคือการดึงเอาเรื่องจริงที่เกิดขึ้นจริงมาสอดแทรกให้เป็นเนื้อเรื่องแบบนี้ ทายสิคะว่ามีอันไหนบ้างที่เป็นเรื่องจริง

.
.
.
เฉลยค่ะ

1 รูปปาปาราซซี่ที่ถ่ายสองคนนี้จากด้านหลัง แต่มีแค่ชอตกระซิบกระซาบแล้วยิ้มหวานเท่านั้นนะคะ ชอตหอมแก้มนั้นเอเดียน่าเม้กเอง(โฮฮฮฮ อยากให้เป็นเรื่องจริงชะมัด TT^TT)
2 No Cut Story ตอน BBQ CF ชอตที่ยูโนวปลุกน้องเซียห์นั่นของจริงค่ะ ดูแล้วกรี๊ดไปสามบ้านแปดบ้าน อะไรมันจะหวานขนาดนั้น
3 ซีนเบื้องหน้าทั้งหมดใน TVXQ Theatre เห็นเหมือนเรารึเปล่าคะ ชอตที่ยูโนวดีใจมากทำท่าจะกอดใครซักคนที่อยู่ใกล้ๆ ตอนนั้นเราลุ้นสุดตัวเลยเพราะมิกกี้อยู่ใกล้ยูโนวที่สุด แต่ว่า...เซียห์...มาจากไหนก็ไม่รู้ เห็นชัดๆว่าน้องอยู่ไกลมาก ไกลที่สุดเลย แต่กลับวิ่งมาถึงตัวยูโนวก่อนคนแรก ชอตนี้กรี๊ดอีกสามบ้าน รวมกับข้างบนเป็นสิบสี่บ้านค่ะ TT-TT
4 สุดท้าย ชอตมิกกี้กระโดดกอดยูโนวในรายการ Onryu ของวันที่เท่าไหร่เราจำไม่ได้นะคะ จำได้แต่ว่าประทับใจมาก โถมเข้ากอดทั้งตัวจนน่ากลัวว่าเข่ายูโนวจะเดี้ยงตามแจจุงไป
เหตุการณ์ 2-4 นั้นไม่แน่ใจว่าเรียงกันตามเนื้อเรื่องในฟิคหรือเปล่า เอเดียน่ามั่วเอาเพื่อให้เนื้อเรื่องสอดคล้องกันค่ะ(หัวเราะ) ก็หวังว่าคงจะถูกใจแฟนคลับพลังวายผู้ชื่นชอบจับคู่ให้ยูโนวมิกกี้นะคะ...รวมทั้งตัวเราเองด้วย(หัวเราะดังมาก)

กว่าจะได้เอาลง (ปาดเหงื่อ) เจอปัญหาสาระพัดแต่ก็ลุล่วงได้อย่างดี
เพราะพลัง 2U แน่เลย ที่ทำให้เราทำได้! หะหะ
ก็ต้องขอโทษพี่หยกอีกทีด้วยนะคะที่อุ่นเอาลงช้ามากก!!
แล้วอย่าลืมส่งเรื่องใหม่มาไวไวน้า จะรอมะไหวแว้วววววว ฮิ้วววว~~
ชอบเรื่องแนวแบบนี้สุดๆ อ้างอิงจากเหตุการณ์จริงไม่ต้องจิ้นเองให้เหนื่อย
ใครจะอะไรก็ แจโฮ / เซียมิค บอกแล้วนะว่า ห้ามพูดถึงเด็ดขาด!
..ไม่ได้ไม่ชอบหรือแอนตี้อะไร แต่นี่มันมะใช่ที่ไงค่า
บางทีก็คิดอยู่นะ ถ้าเป็นแบบนี้จะมีคนเข้าบลอคเราหรอ?
ก็มันมะค่อยมีคนบ้า ทูยู เลยไง เอาเหอะ เค้าชอบ!